บทบาทของขบวนการเสรีไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

      Comments Off on บทบาทของขบวนการเสรีไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ลุกลามไปยังทั่วโลก และแน่นอนประเทศไทยก็ไม่หนีไปพ้นเรียกว่าเป็นโดมิโนเลยทีเดียว จอมพลเรือจอมพลอากาศแปลก พิบูลสงคราม(ยศท่านจะเยอะไปไหน) หรือที่บ้านเราเรียกสั้นๆว่า จอมพล ป  พิบูลสงคราม ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และเป็นนายกที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุด จอมพล ป ได้ปลุกระดมให้คนไทยรักชาติโดยได้นำลัทธิชาตินิยมแบบขวาจัดเข้ามาใช้ในประเทศ พร้อมกับสโลแกนที่ว่า เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย และได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย รัฐนิยม บางอย่าได้กลายมาเป็นกฎหมาย และบางอย่างได้กลายมาเป็นวัฒนธรรมในภายหลัง เช่น การรำวง ก๋วยเตี๋ยวผัดไท และได้เปลี่ยนชื่อประเทศสยาม เป็น ประเทศไทย

การที่รัฐบาลภายใต้การนำของจอมพล ป ได้ยินยอมตกลงเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะญี่ปุ่น และประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ทำให้บุคคลสำคัญที่เคลื่อนไหวทางการเมืองของไทยทั้งภายในและภายนอกประเทศต่างไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจในครั้งนี้ ได้มีการรวมตัวเคลื่อนไหวต่อต้านญี่ปุ่น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม นำโดย          1. นายปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

  1. เป็นกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกา นำโดยหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เอกอัคราชทูตไทยประจำวอชิงตัน ดีซี มีบทบาทเป็นหัวหอกสำคัญในการไม่ยอมรับร่างประกาศสงครามของ จอมพล ป และถือว่าการประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกานั้นมิใช่เจตจำนงของคนไทย
  2. เป็นกลุ่มคนในอังกฤษโดยมีนักเรียนไทยใน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ รวมถึงสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และราชนิกูลอีกหลายพระองค์ ภายหลังต่อมาอังกฤษได้รับสมาชิกขบวนการเสรีไทยเข้าเป็นกำลังพลร่วมในกองทัพอังกฤษ

ในสมัยที่นายควง อภัยวงศ์ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี กลุ่มเสรีไทยได้มีการติดต่อและประสานกันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่างจากในยุค จอมพล ป ที่การดำเนินงานของทั้ง 3 กลุ่มไม่มีประสิทธิภาพมากนัก โดยนายควง อภัยวงศ์ หน้าฉากยังให้การสนับสนุนญี่ปุ่น แต่ลับหลังนายควง และบรรดาคณะรัฐมนตรีทั้งหลายต่างให้การสนับสนุน กลุ่มเสรีไทยอย่างลับๆ โดยกลุ่มเสรีไทยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายสัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้ส่งเจ้าหน้าที่ปฎิบัติมาประจำในประเทศไทย โดยมีการจัดตั้งโรงเรียนทหาร และรับสมัครนิสิตจากจุฬาฯ นักเรียนเตรียมปริญญาจาก ธรรมศาสตร์ นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม และนักเรียนโรงเรียนเตรียมนายเรือ มาฝึกเพื่อเป็นกองกำลังใต้ดิน เพื่อเตรียมสู้รบกับทหารญี่ปุ่น มีการประชาสัมพันธ์ให้คนไทยต่อต้านญี่ปุ่นและจับอาวุธขึ้นสู้ และมีการส่งข่าวและข้อมูลต่างๆให้กับฝ่ายสัมพันธมิตรทราบ ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรมีข้อมูลรอบด้านในการวางแผนทำศึกกับญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทย

แต่จนแล้วจนรอดนั้น กลุ่มขบวนการเสรีไทยและกองทัพญี่ปุ่นก็ไม่เคยได้ปะทะกัน เพราะญี่ปุ่นได้ประกาศยอมจำนนและประกาศยอมแพ้สงครามอย่างไม่มีเงื่อนไข ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมือง ฮิโรชิม่า และเมืองนางาซากิ แม้ว่าไทยจะประกาศร่วมมือกับญี่ปุ่นในการทำสงคราม แต่การร่วมมืออย่างลับๆกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้ไทยมีอำนาจเจรจาต่อรองภายหลังยุติสงคราม โดยสหรัฐอเมริกาถือว่าไทยไม่เคยประกาศสงคราม แต่อังกฤษต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ต้องการให้ไทยเป็นประเทศผู้แพ้สงครามโดยให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายจากการทำสงครามครั้งนี้