/ผลกระทบสงครามการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้

ผลกระทบสงครามการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้

สงครามเศรษฐกิจญี่ปุ่น – เกาหลีใต้ (Japan–South Korea economic war) เป็นความขัดแย้งทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องระหว่างประเทศญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในของสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงการที่ศาลของเกาหลีใต้ตัดสินให้ผู้เสียหาย 10 คน สามารถเรียกร้องค่าชดเชยจากบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งได้ ส่วนสาเหตุที่ญี่ปุ่นกล่าวคือทางรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยการควบคุมการส่งออก และเพิกเฉยต่อคำขอของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะมีการเจรจาทางการค้าทวิภาคีเป็นเวลาสามปี ข้อพิพาททางการค้าที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น – เกาหลีใต้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนถึงจุดนี้เรียกว่าตกต่ำที่สุด

ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ต่างก็เป็นประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็งอย่างมากของโลก ซึ่งถือเป็นอันดับที่ 3 กับ 11 ของโลกตามลำดับ แม้ว่าในแง่ของ GDP เกาหลีใต้ถือเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และญี่ปุ่นซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดในด้านวัสดุที่ใช้ในการผลิตชิป ซึ่งเป็นเป็นแหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ในขณะที่เกาหลีใต้เป็นบ้านเกิดของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังมากมาย เช่น Samsung Electronics กับ SK Hynix ต่างก็เป็นบริษัทที่ผลิตชิปหน่วยความจำขนาดใหญ่สองในสามของโลก

ส่วนในประเทศญี่ปุ่นมีบริษัท 3 แห่ง ประกอบด้วย JSR Corporation, Showa Denko และ Shin-Etsu Chemical รวมถึง Kanto Denka Kogyo ที่เป็นผู้ผลิต Polyimide fluorinated polyimide กับ Photoresist ปริมาณกว่า 90% ของโลกซัพพลายทั่วโลก ซึ่งวัสดุทั้งสองนี้ชิ้นส่วนสำคัญอย่างมากในการผลิตหน้าจอ LCD – OLED มากกว่า 70% ของไฮโดรเจนฟลูออไรด์ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างหน่วยความจำ LSI, DRAM และ NAND แน่นอนว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบด้วยตรงกับเกาหลีใต้ที่นำเข้า fluorinated polyimide ปริมาณกว่า 94% กับ Photoresists อีก 92% และ ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ 44% จากประเทศต่างๆ หรือพูดง่ายๆ ว่าญี่ปุ่นเป็นแหล่งผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่สุดที่เกาหลีใต้ต้องการ

หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในเดือนธันวาคม 1965 ด้วยการลงนามในสนธิสัญญาการที่ทำให้ญี่ปุ่นยอมรับว่าเกาหลีใต้เป็นรัฐบาลที่ถูกกฎหมายเพียงแห่งเดียวของคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมด เมื่อความสัมพันธ์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศจึงเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดของสหรัฐอเมริกาในเอเชียเพื่อต่อต้านอิทธิพลของจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนืออย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากข้อพิพาทจำนวนมากเช่นข้อกรณีพิพาทดินแดน Liancourt Rocks รวมถึงการตีความที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้คนในจักรวรรดิญี่ปุ่นในยุคอาณานิคม นอกจากนี้ก็ยังมีข้อพิพาทอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

การตอบสนองของรัฐบาลเกาหลีใต้

จุดยืนของรัฐบาลเกาหลีใต้เกี่ยวกับข้อพิพาทนี้ คือการออกกล่าวว่าการควบคุมการส่งออกของญี่ปุ่นนั้นไร้เหตุผลอีกทั้งยังไม่เป็นธรรมกับพวกเขา พวกเขากล่าวเพิ่มเติมว่าการควบคุมการส่งออกของญี่ปุ่นนั้นเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายที่เป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ รวมถึงความเสียหายต่อกลไกตลาดโลก รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นถอนระเบียบการควบคุมการส่งออก เนื่องจากอ้างว่าระเบียบเหล่านี้จะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

รัฐบาลเกาหลีใต้นำโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เรียกพบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเพื่อประท้วงการส่งออกของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าอุตสาหกรรมและพลังงานเรียกว่าการกระทำของญี่ปุ่นว่า ‘เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่ง’ จากนั้นในวันที่ 10 กรกฎาคมประธานาธิบดี Moon Jae-in ได้พบปะกับผู้บริหารจาก 30 กลุ่มบริษัทในประเทศเพื่อกระตุ้นให้ญี่ปุ่น “กลับไปสู่หลักการของการค้าเสรีที่ญี่ปุ่นผลักดันให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก” เขายังกล่าวอีกว่าเขาจะใช้มาตรการตอบสนองทันทีหากบริษัท เกาหลีใต้ถูกกดขี่จากทางรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งท่าทีของทั้งสองฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใคร โดยยังคงต้องติดตามการเคลื่อนไหวของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดกันต่อไป